car_54

หากจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการโอนลอยรถยนต์นั้น ก็ต้องบอกเลยว่ามีการโอนในลักษณะหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบโอนกรรมสิทธิ์ โอนจากมรดก หรือแม้กระทั่งการโอนลอย แต่ที่จะมากล่าวถึงในวันนี้คือเรื่องของการโอนลอยรถยนต์ เพราะเชื่อว่าหลายคนฟังแค่ชื่อก็อาจจะงงอยู่ว่าการโอนลอยคืออะไร แล้วการโอนลอยนี้มันดีหรือไม่ แล้วถ้าจะโอนลอยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และการโอนลอยรถยนต์มีขั้นตอนอย่างไร… เอาเป็นว่ามาไขข้อสงสัยทั้งหมดนี้กันเลยดีกว่า

เริ่มต้นมาทำความรู้จักกับการโอนลอยก่อนดีกว่าว่ามันคือไร สำหรับการโอนลอย ตามความหมายของกรมขนส่งคือ การที่ผู้ที่เป็นเจ้าของรถได้ทำการขายรถของตนนั้นไปแล้ว และได้มีการทำการลงนาม ในเอกสารการโอนรถ และมีการลงนามในใบมอบอำนาจให้ผู้ซื้อ แต่มิได้มีการดำเนินการทางทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง ซึ่งหากจะมองในแง่ที่ว่ารถยนต์ก็ยังไม่ตกเป็นของผู้ซื้ออย่างสมบูรณ์แบบก็มองได้ และหากจะมองว่าผู้ขายเองก็ยังคงต้องมีส่วนรับผิดชอบกรณีนำรถนั้นไปก่อเหตุอะไรไม่ดีขึ้นมา ดังนั้น มันจึงมองได้สองแง่มุมที่ว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเองก็มีความไม่สบายใจเกิดขึ้นได้ทั้งสองฝ่าย เพราะความสมบูรณ์ในการครอบครองรถยนต์ยังไม่เกิดขึ้น ชื่อตามทะเบียนเล่มที่ออกโดยกรมขนส่งก็ยังคงเป็นชื่อของผู้ขายเช่นเดิมอยู่

แต่ทั้งนี้การโอนลอยรถยนต์ก็มีข้อดีอยู่ในเรื่องของความสะดวกสบาย เพราะการโอนลอยป็นวิธีการที่สะดวกในการทำธุรกรรมด้านซื้อ- ขายรถยนต์ เพราะในวันที่ไปเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียนเป็นชื่อใหม่ของผู้ซื้อเอง ผู้ขายไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกรมขนส่งด้วย เพราะผู้ขายเองได้ทำการเซ็นเอกสารเพื่อโอนลอยไว้ให้ผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น วิธีการโอนลอยก็จะทำให้เกิดความสะดวกในการทำธุรกรรมด้านซื้อ-ขายขึ้นมา เพราะบางครั้งผู้ขายเองก็ไม่ได้มีเวลาที่จะเดินทางเพื่อโอนรถยนต์กับผู้ซื้อ ยิ่งเป็นประเภทธุรกิจรถยนต์มือสอง วันหนึ่งขายรถได้ตั้งมากมายหลายคัน หากจะต้องเดินทางไปด้วยตัวเองทุก ๆ คันเพื่อโอนรถยนต์ให้เป็นชื่อผู้ซื้อ แบบนี้คงเสียเวลาไปมาก ดังนั้น ใช้วิธีโอนลอยไว้ให้แล้วผู้ขายไปเปลี่ยนชื่อเป็นของตัวเองเลยแบบนี้ก็ดูจะง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการโอนลอยดูแล้วจะทำให้เกิดความสะดวกสบายและเป็นวิธีการทำธุรกรรมอย่างง่ายดาย แต่หากต้องมีความผิดพลาดเรื่องเอกสารไม่ครบ งานนี้ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องสะดวกสบายอีกต่อไป อย่างไรก็ดีก็ควรรู้ล่วงหน้าไว้เลยว่าการจะไปโอนลอยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ที่สำคัญอย่าง เช่น สมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ ซึ่งต้องตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดให้ครบถ้วนเสียก่อน โดยเฉพาะกับลายมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ต้องเซ็นให้ถูกต้องชัดเจน ตรงกับลายเซ็นในหนังสือต่าง ๆ ย้ำเด็ดขาดว่าต้องเหมือนกันทุกเอกสาร นอกจากนั้น ยังต้องมีหนังสือสัญญาซื้อ – ขาย รถยนต์ เป็นหนังสือสัญญานิติกรรม ระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย และแบบคำขอโอนและรับโอน เป็นหนังสือของทางกรมขนส่งทางบก อีกทั้งต้องมีสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ของผู้ขายซึ่งชื่อและที่อยู่ต้องตรงกันหมดทุกประการและต้องไม่เป็นบัตรประชาชนที่หมดอายุ

สินมั่นคง ประกันภัย รถยนต์ ชั้น 1

สุดท้ายเมื่อเอกสารครบแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการเรียนรู้กันดีกว่าว่าขั้นตอนของการโอนลอยรถยนต์ต้องทำอย่างไรบ้าง สำหรับขั้นตอนทั่วไปในการให้บริการการโอนลอยรถ ก็เริ่มด้วยการเข้าไปติดต่อที่กรมขนส่งเพื่อขอใช้แบบคำขอโอน และรับโอน แล้วยื่นคำร้องขอโอนรถ พร้อมหลักฐานที่เตรียมมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ณ ส่วนทะเบียนรถยนต์ จากนั้นอาจจะต้องนำนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ โดยเจ้าหน้าที่ขนส่งจะเป็นผู้แนะนำขั้นตอนและที่ตรวจสภาพรถยนต์ เมื่อเสร็จแล้วให้มาติดต่อเพื่อชำระเงินค่าธรรมเนียม และเสียภาษีรถ เสร็จแล้วจึงรับใบคู่มือจดทะเบียนรถ เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็จะเสร็จสมบูรณ์ แต่อย่างที่บอกว่าเอกสารทุกอย่างต้องถูกต้องและครบถ้วน ถ้ามีความผิดพลาดหรือขาดเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งไป คุณเองก็ต้องกลับไปเอามาเพื่อเพิ่มเติมหรือแก้ไข แต่หากเอกสารทุกอย่างที่เตรียมมาครบถ้วนสมบูณ์ ภายในครึ่งวันทุกอย่างก็จะดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยอย่างง่ายดาย

เชื่อเลยว่าหลายคนคงพอจะพอเข้าใจแล้วว่าการโอนลอยรถยนต์คืออะไร และการโอนลอยมีประโยชน์เช่นไร และการโอนลอยต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ดีที่อยากเน้นย้ำคือเรื่องของเอกสาร อยากให้ผู้ที่จะไปดำเนินการที่กรมขนส่งต้องเตรียมเอกสารการโอนลอยไว้ให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยเฉพาะลายมือชื่อของผู้ขายที่โอนลอยมาให้ผู้ซื้อ หากใช้การลงลายมือชื่อแบบใดก็ให้ใช้แบบนั้นทุก ๆ เอกสาร เช่น หากเขียนชื่อสกุลเต็มก็ให้เขียนชื่อสกุลเต็มแบบนั้นทุกเอกสาร อย่าใช้เขียนบ้าง เซ็นบ้าง แบบนี้จะสร้างความยุ่งยากได้ เพราะวันที่ไปเปลี่ยนชื่อเล่มทะเบียน อาจต้องนำเอกสารกลับมาใหม่เพื่อแก้ไขให้ตรงกัน นอกจากนั้นหากเป็นกรณีที่คุณไม่มั่นใจหรือกรณีโอนลอยที่มีความพิเศษ คุณอาจจะโทรปรึกษากับกรมขนส่งก่อนได้ว่าต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างน้อยจะได้ไปแบบครั้งเดียวจบ ไม่ต้องไป ๆ มา ๆ หลายรอบ หากจะไปทำก็ทำให้เสร็จในวันเดียวเลยจะดีที่สุด