car_59

การผ่อนรถยนต์ถือว่าเป็นภาระผูกพันอีกอย่างหนึ่ง ที่หลายคนก็อาจจะผ่อนต่อไม่ไหว ครั้นจะปล่อยให้รถถูกยึดไปก็อาจจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตได้ ดังนั้นการรีไฟแนนซ์รถยนต์ถือว่าเป็นทางออกที่ดีทั้งคนผ่อนและเจ้าหนี้ แต่การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ในปัจจุบันนี้ หากกำลังคิดอยู่ลองมาดูกัน

รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับ ไฟแนนซ์เดิม

แหล่งแรกของการรีไฟแนนซ์รถยนต์นั่นก็คือ ไฟแนนซ์เดิมที่เราออกรถยนต์มานั่นแหละ การขอรีไฟแนนซ์กับที่เดิมอย่างนี้ข้อดีคือ เราไม่ต้องวุ่นวายเรื่องเอกสารอะไรมากเพราะเค้ามีข้อมูลเราอยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่เราไปขอรีไฟแนนซ์ถ้าหากว่ารถยนต์ของเราอยู่ในสภาพดี ก็รอรับเงินส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์ได้เลย

รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับ ธนาคาร

แต่หากว่าการรีไฟแนนซ์รถยนต์กับไฟแนนซ์เดิมนั้น ได้เงินไม่มากพอที่เราจะไปใช้จ่ายหรือค่างวดหลังจากรีไฟแนนซ์ดูแล้วมากเกินไป งั้นก็ลองมาดูสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับทางธนาคารบ้างก็ดี แนะนำเลยว่าถ้าจะมารีไฟแนนซ์กับธนาคารควรไปดูที่ธนาคารธนชาต ทิสโก้ หรือ กรุงศรีคาร์ฟอร์แคช ก่อนเลยนะ

รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับ ไฟแนนซ์นอก

แต่ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจจะเป็นเรื่องของวงเงินที่อาจจะน้อยเกินไป งั้นมาอีกที่หนึ่งก็คือ การขอรีไฟแนนซ์กับไฟแนนซ์นอกระบบที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นพวกสถาบันการเงินต่าง อย่างเช่น ศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ เป็นต้น การขอแบบนี้จะเด่นที่วงเงินให้มากกว่า แต่ต้องอ่านรายละเอียดในการทำสัญญาให้ดี

รีไฟแนนซ์รถยนต์ กับ เต็นท์รถมือสอง

แหล่งสุดท้ายของการ รีไฟแนนซ์รถยนต์ ก็คือ เหล่าบรรดาเต็นท์รถมือสองต่างๆที่เดี๋ยวนี้มีบริการด้านสินเชื่อรีไฟแนนซ์ด้วย จุดเด่นของเต็นท์พวกนี้อยู่ที่ความรวดเร็วในการอนุมัติเงิน วงเงินสูง แต่ข้อเสียคือเราอาจจะถูกกดราคารถที่เข้ารีไฟแนนซ์มากพอดู รวมถึงเล่ห์เหลี่ยมต่างๆที่พร้อมจะสอดแทรกต้องดูให้ดีนะ

สรุปแล้วรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ตอนนี้

จากสี่แหล่งที่เปิดให้บริการด้านรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่เราแนะนำมานี้ แน่นอนว่าแต่ละแหล่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปตามบริบท แต่ถ้าหากจะให้เราฟันธงในการรีไฟแนนซ์จริง ขอชี้เป้าไปที่ธนาคารก่อนเลย เพราะถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดมาก แต่วงเงินที่ได้รับและค่างวดที่ต้องจ่าย เชื่อว่าสมเหตุสมผล กว่าแหล่งอื่น

การเข้าโครงการเพื่อขอรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น ถือว่าเป็นทางออกที่น่าสนใจอย่างมาก หากเราเกิดขัดข้องด้านการเงินแล้วคิดว่าจ่ายไม่ไหว แนะนำว่าให้ทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์แต่เนิ่นๆเลย อย่าปล่อยให้ปัญหาด้านการเงินลุกลามจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วจึงไปรีไฟแนนซ์ เพราะทำอย่างนั้นมันก็เหมือนกับรอวันจมหนี้อย่างเดียว