car2_money
สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะบ่นอยู่เสมอเวลาต้องขอสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วหรือว่ารถมือสองจากสถาบันการเงินก็คือ ทำไมดอกเบี้ยแพงจัง แต่ถ้าเราเข้าใจเรื่องของอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 ให้ดีเสียก่อนแล้วถึงซื้อ เชื่อว่าเราก็จะสามารถเลือกซื้อรถที่น่าสนใจและดอกเบี้ยสมเหตุสมผลได้มากที่สุด แต่ว่าเราต้องเข้าใจอะไรบ้าง

อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 เป็นอย่างไร
สำหรับเรื่องของการคิดอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 ส่วนใหญ่ที่ประกาศออกมาจากแต่ละสถาบันทางการเงินมักจะใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ หมายความว่าถึงตลอดระยะเวลาผ่อนดอกเบี้ยก็จะเฉลี่ยเท่ากันหมด ข้อดีคือทำให้เราสามารถผ่อนชำระเท่ากันได้ทุกงวดยกเว้นเราไปโปะอาจจะมีลดนิดหน่อย

อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 มีปัจจัยอะไรบ้าง
นอกจากอัตราดอกเบี้ยคงที่แล้ว อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 นั้นยังมีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องอีกแต่หลักจะมีอยู่สามส่วนคือ หนึ่งอายุของรถเป็นอย่างไร(อายุมากดอกแพง) สองรถมือสองที่เราจะซื้อเป็นรถแบบไหน(รถเก๋งหรือรถตู้) และสามระยะเวลาในการผ่อนชำระคือยิ่งผ่อนนานดอกเบี้ยก็ยิ่งแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว

อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 แบ่งอายุยังไง
จากข้อที่แล้วเราจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 นั้นมีเรื่องของอายุของรถมือสองที่เราซื้อมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งแต่ละธนาคารแบ่งไม่เหมือนกัน อย่างเช่น บางแห่งแบ่งเป็นอายุรถไม่เกิน 9 ปีกับอายุรถ 9 ปีขึ้นไป หรือบางแห่งแบ่งเป็นอายุรถ 15 ปีกับเกิน 15 ปีแต่ที่เหมือนกันคือยิ่งอายุรถมากดอกเบี้ยยิ่งแพงมาก

อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 แบ่งรถยังไง
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนำมาคำนวณเรื่องของอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 ด้วยนั่นคือประเภทของรถว่า รถที่เราจะซื้อนั้นอยู่ในประเภทไหน ซึ่งจากที่ดูแต่ละสถาบันการเงินจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่เหมือนกันนั่นคือ กลุ่มแรกรถเก๋ง และกลุ่มที่สองรถกระบะและรถตู้ ซึ่งถ้าอายุเท่ากันกลุ่มหลังจะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่า

อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 อยู่ที่เท่าไร
อัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 นั้นแต่ละสถาบันทางการเงินก็ตั้งไว้ไม่เหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่ต่างกันมากอย่างเช่นรถเก๋งอายุรถประมาณ 5 ปี จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณร้อยละเจ็ดกว่าๆไม่ถึงแปด อีกกรณีหนึ่งรถกระบะอายุรถ 5 ปีเหมือนกันอัตราดอกเบี้ยก็จะอยู่ที่ร้อยละแปดไม่เกินเก้า ดังนั้นเราต้องศึกษาให้ดี

สำหรับอัตราดอกเบี้ยรถมือสอง 2558 ที่แต่ละสถาบันทางการเงินประกาศออกมานั้น ต้องยอมรับว่าอาจจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงพอสมควรแต่ว่าทางธนาคารเองก็จะขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานมากกว่าเดิมแทนเพื่อลดค่างวดให้ถูกลง และเป็นการลดภาระของผู้ซื้อในระยะยาวไม่ให้เกิดภาวะเงินช็อตจนต้องขาดส่ง